ด้วยความต้องการการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้มีความจำเป็นสำหรับเกณฑ์การยอมรับที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับสมบัติทางกลและทางเคมีของพลาสติก อีกทั้งด้วยการใช้งานแบบใหม่ ๆ ในงานโครงสร้างของพลาสติก ทำให้มีความสำคัญที่จะต้องทราบถึงพฤติกรรมของวัสดุนี้ภายใต้สภาวะแบบไดนามิก การเสียหายทางไดนามิกของวัสดุนั้นจะแตกต่างจากการเสียหายที่เกิดขึ้นในการทดสอบที่อัตราเร็วต่ำและคงที่ ซึ่งสิ่งนี้เป็นจริงอย่างยิ่งสำหรับพลาสติกที่ซึ่งมีหลายตัวแปรที่ส่งผลต่อสมบัติที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นประเภทของพลาสติก เช่น มีการเติมสารตัวเติมหรือไม่ มีการเติมสารแต่งสีหรือไม่ นอกจากนี้กระบวนการผลิตยังส่งผลกระทบต่อความแข็งแรงและความทนทานต่อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้น การทดสอบตามมาตรฐาน ISO 6603-2 จะช่วยให้ทั้งวิศวกรรวัสดุและวิศวกรออกแบบสามารถทดสอบวัสดุเพื่อวิเคราะห์ค่าถึงสมบัติที่ต้องการเช่น ความแข็งแรง,การยืดตัว,ความเหนียวและการดูดซับพลังงาน

สำหรับการทดสอบนี้ เราใช้เครื่องทดสอบรุ่น Instron 9450 พร้อมออปชันแบบ High Energy และติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการตรวจวัดแบบชุดหัวกระแทกขนาด 22 กิโลนิวตัน,ปลายหัวกระแทกแบบครึ่งวงกลมขนาด 20 มม. ,ระบบจัดเก็บข้อมูล DAS (Data Acquisition system) และโปรแกรม Bluehill Impact ในการทดสอบนี้ เรายังใช้ระบบจับยึดชิ้นงานด้ยลมพร้อมกับแผ่นปรับต่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มม.ที่ออกแบบให้ตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐาน มวลของการกระแทกมีขนาด 20 กิโลกรัมและความเร็วถูกตั้งค่าที่ 4.4 ม./วินาที ช่วงเวลาสำหรับการจัดเก็บข้อมูลถูกตั้งค่าที่ 30 มิลลิวินาที

มาตรฐาน ISO 6603-2 ระบุว่าชิ้นงานทดสอบอาจถูกวางโดยไม่จับยึด อย่างไรก็ตาม ผลการทดสอบที่ได้จากชิ้นงานที่จับยึดและไม่จับยึดนั้นอาจแตกต่างกันเนื่องจากความอิสระของชิ้นงานที่อาจเคลื่อนที่ออกจากจุดกระแทก การเคลื่อนที่อิสระที่บริเวณขอบอาจก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนพร้อมกับค่าแอมปลิจูดที่สูงขึ้นในข้อมูล เพื่อเป็นการลดผลกระทบของแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นในบริเวณปลายหัวกระแทกและชิ้นงานทดสอบ มาตรฐานระบุให้มีการใช้สารหล่อลื่น เช่น วาสลีน ในบริเวณปลายหัวกระแทก ผลการทดสอบที่ได้จากการใช้หัวกระแทกที่หล่อลื่นจะมีค่าต่ำกว่าค่าขีดจำกัดต่ำของสมบัติทางกลของวัสดุอย่างชัดเจน ค่าพลังงานที่สามารถใช้ในการทดสอบจะต้องมีค่าที่จะไม่ก่อให้ความเร็วในการทดสอบลดลงมากกว่า 20% จากจุดเริ่มต้นการทดสอบจนถึงจุดของแรงที่จุดยอด (สูงสุด) เมื่อพลังงานที่ใช้ในการทดสอบมีค่ามากกว่าพลังงานกระแทกที่จุดแรงสูงสุดมากกว่า 3 เท่าจะมีผลให้ความเร็วลดลงต่ำกว่า 20 %

การทดสอบมักจะทำในสภาพแวดล้อมของห้องปฏิบัติการทดสอบที่ 23 ± 2 องศาเซลเซียส, และ 50% ความชื้นสัมพัทธ์ ด้วยการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิ และทดสอบในสภาพที่ควบคุมได้ที่ความเร็วกระแทกใด ๆ จะทำให้ให้สามารถประเมินค่าอุณหภูมิที่วัสดุเปลี่ยนสภาพจากการแตกหักแบบเหนียวไปเป็นเปราะได้สำหรับพลาสติกเกือบทุกประเภท

รูปแบบการทดสอบนี้เหมาะสำหรับการประเมินสมรรถนะของพลาสติกภายใต้แรงกระแทก ทั้งผู้จำหน่ายและลูกค้าอาจใช้ผลการทดสอบในการตรวจสอบความถูกต้องของสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ ตู้ควบคุมสภาพแวดล้อมจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจถึงการที่วัสดุจะมีพฤติกรรมในการใช้งานที่อุณหภูมิสูงหรือต่ำกว่าปรกติ

วิดีโอ: ISO 6603-2

อ่านเพิ่มเติม ...